
ในยุคที่เทคโนโลยีทางการทหารก้าวเข้าสู่ระบบไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ กองทัพไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว DP-20 หรือ D-eyes 04 อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ฝีมือคนไทยที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ แต่มาพร้อมกับสมรรถนะระดับมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นผลผลิตจากการผนึกกำลังระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) และกองทัพบกไทย (สวพ.ทบ.)
สรุปข่าว
ในยุคที่เทคโนโลยีทางการทหารก้าวเข้าสู่ระบบไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ กองทัพไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว DP-20 หรือ D-eyes 04 อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ฝีมือคนไทยที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ แต่มาพร้อมกับสมรรถนะระดับมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นผลผลิตจากการผนึกกำลังระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) และกองทัพบกไทย (สวพ.ทบ.)
ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
โครงการ D-eyes 04 เริ่มต้นขึ้นจากวิสัยทัศน์ในการพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) เพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีราคาแพงจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาให้อากาศยานลำนี้สามารถตอบโจทย์ภูมิประเทศและภารกิจของกองทัพไทยได้อย่างแม่นยำที่สุด สิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือ DP-20 มีสัดส่วนการผลิตและชิ้นส่วนภายในประเทศสูงถึง 80% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับอากาศยานระดับยุทธวิธี
สมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น
DP-20 จัดอยู่ในกลุ่ม UAV ยุทธวิธีที่มีความทนทานในการบินสูง อากาศยานไร้คนขับที่เพดานบินปานกลางแต่มีความคงทนในการบินสูง โดยมีคุณลักษณะเด่น เช่น
- การออกแบบตัวเครื่องมีความกว้างปีกถึง 13.4 เมตร ยาว 6.5 เมตร สร้างจากวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง รองรับน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด (MTOW) ได้ถึง 750 กิโลกรัม
- เครื่องยนต์ถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงานแต่ให้กำลังส่งสูง สามารถทำความเร็วเดินทางได้ที่ 150-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้นานต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง ต่อการเติมเชื้อเพลิงหนึ่งครั้ง
- เพดานบินสามารถบินได้สูงถึง 20,000 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งช่วยเพิ่มความอยู่รอดในการปฏิบัติการ (Survivability) พร้อมรัศมีควบคุมผ่านระบบสื่อสารภาคพื้นดินไกลกว่า 200 กิโลเมตร
ภารกิจบนน่านฟ้า
หัวใจสำคัญของ DP-20 คือ ระบบกล้องตรวจการณ์ประสิทธิภาพสูง (EO/IR) ที่สามารถบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงรองรับการติดตั้งเรดาร์ SAR สำหรับตรวจหาเป้าหมายทะลุผ่านเมฆหรือฝน ภารกิจหลักจึงครอบคลุมทั้ง:
- การลาดตระเวนและตรวจการณ์ (ISR) เช่น เฝ้าระวังแนวชายแดนและการแทรกซึม
- การหาเป้าหมายทางยุทธวิธี การทำงานร่วมกับหน่วยทหารปืนใหญ่เพื่อกำหนดพิกัดและประเมินผลการยิง
- การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยถูกใช้ในการค้นหาบุคคลหรือสำรวจพื้นที่ภัยพิบัติที่เข้าถึงยาก
ความสำเร็จของ DP-20 หรือ D-eyes 04 ไม่ได้จบเพียงแค่การเป็นอากาศยานตรวจการณ์ ปัจจุบันมีการพัฒนาต่อยอดไปสู่รุ่น DP-20A ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและขีดความสามารถในการติดตั้งอาวุธ (UCAV) เพื่อยกระดับจากผู้เฝ้าสังเกตเป็นผู้ปฏิบัติการ อย่างเต็มรูปแบบ
ความสำเร็จของกองทัพไทย
โครงการอากาศยานไร้คนขับ DP-20 หรือ D-eyes 04 ถือเป็นก้าวสำคัญของกองทัพไทยที่เริ่มพัฒนาต้นแบบมาตั้งแต่ปี 2019 ก่อนจะมีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2021
โดยชูจุดเด่นด้วยการผลิตในประเทศ (Local Content) กว่า 80% ของระบบทั้งหมด และได้เริ่มเดินสายการผลิตจริงในปี 2022 ณ โรงงานในจังหวัดปทุมธานี ตัวเครื่องถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงรองรับน้ำหนักเชื้อเพลิงได้ 200 กิโลกรัม ช่วยให้สามารถปฏิบัติการบินต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งตรงตามความต้องการของกองทัพบกที่วางแผนจัดหาจำนวน 2 ระบบ เพื่อส่งมอบเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินค่าในช่วงปลายปี 2022 ถึง 2023
นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดไปสู่รุ่น DP-20A ที่เปิดตัวในปี 2022 ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถในการติดตั้งอาวุธด้วยจุดแข็ง (Hardpoints) จำนวน 4 จุด และรองรับน้ำหนักบรรทุกภารกิจได้สูงสุดถึง 370 กิโลกรัม
- ผู้ว่าฯ โคราช เสนอ กพท.สั่งห้ามบินโดรนทั้งจังหวัด ป้องกันสายลับชายแดน
- เปิดตัว Antigravity A1 โดรน 8K 360 องศา ปฏิวัติประสบการณ์เสมือนจริง
- “โดรน-แท็กซี่บินได้” ความหวังจีนติดปีกเศรษฐกิจ
- เยอรมนีสร้าง “โดรนสกัดกั้น” ยิงตาข่ายจับโดรนกลางอากาศ ใช้ AI คุมแทนคนทั้งหมด
- บริษัทเยอรมนีทดสอบ “โดรนใต้น้ำ” ในทะเลบอลติก มุ่งเฝ้าระวังภัยโครงสร้างพื้นฐาน
ที่มาข้อมูล : สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defence Technology Institute
ที่มารูปภาพ : สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defence Technology Institute

