ปชน.–พท.–ปชป.-ภท. ชูนโยบายคนละทาง ใครตอบโจทย์อนาคตประเทศมากที่สุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปชน.–พท.–ปชป.-ภท. ชูนโยบายคนละทาง ใครตอบโจทย์อนาคตประเทศมากที่สุด

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 เข้าสู่ช่วงเข้มข้น เมื่อพรรคการเมืองหลักทยอยนำเสนอนโยบายที่สะท้อนมุมมองต่อโครงสร้างประเทศในระยะยาว ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ฐานข้อมูลรัฐ และระบบสวัสดิการแรงงาน

พรรคประชาชน วางสิ่งแวดล้อมเป็นโครงสร้างพื้นฐานประเทศ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เปิดตัวนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่แผน 100 วันแรก หากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยชี้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิต ค่าครองชีพ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

พรรคประชาชนมองว่า วิกฤตฝุ่นพิษ น้ำท่วม และภัยสิ่งแวดล้อมที่เกิดซ้ำ ส่งผลกระทบตั้งแต่การเรียนของเด็กไปจนถึงความมั่นคงของครัวเรือน โดยที่ผ่านมา การแก้ปัญหาของรัฐมักเป็นการเยียวยาปลายเหตุ มากกว่าจัดการต้นตอ นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคจึงถูกออกแบบเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” เทียบเท่าถนน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต พร้อมใช้หลักผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ เปิดพื้นที่ให้ท้องถิ่นและประชาชนร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง เพื่อสร้างเมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจที่แข็งแรง และความเป็นธรรมข้ามรุ่น

สรุปข่าว

การหาเสียงเลือกตั้ง 2569 สะท้อนการแข่งขันเชิงโครงสร้าง พรรคประชาชนชูสิ่งแวดล้อมเป็นฐานคุณภาพชีวิต พรรคเพื่อไทยผลักดันหวยภาษีสร้างรายได้และ Big Data ขณะที่ประชาธิปัตย์เสนอใช้งบพัฒนาคนและทักษะแรงงาน ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องความคุ้มค่าและทิศทางประเทศในระยะยาว

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 เข้าสู่ช่วงเข้มข้น เมื่อพรรคการเมืองหลักทยอยนำเสนอนโยบายที่สะท้อนมุมมองต่อโครงสร้างประเทศในระยะยาว ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ฐานข้อมูลรัฐ และระบบสวัสดิการแรงงาน

พรรคประชาชน วางสิ่งแวดล้อมเป็นโครงสร้างพื้นฐานประเทศ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เปิดตัวนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่แผน 100 วันแรก หากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยชี้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิต ค่าครองชีพ และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

พรรคประชาชนมองว่า วิกฤตฝุ่นพิษ น้ำท่วม และภัยสิ่งแวดล้อมที่เกิดซ้ำ ส่งผลกระทบตั้งแต่การเรียนของเด็กไปจนถึงความมั่นคงของครัวเรือน โดยที่ผ่านมา การแก้ปัญหาของรัฐมักเป็นการเยียวยาปลายเหตุ มากกว่าจัดการต้นตอ นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคจึงถูกออกแบบเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” เทียบเท่าถนน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต พร้อมใช้หลักผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ เปิดพื้นที่ให้ท้องถิ่นและประชาชนร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง เพื่อสร้างเมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจที่แข็งแรง และความเป็นธรรมข้ามรุ่น

พรรคเพื่อไทย ดัน “หวยภาษี” สร้างรายได้รัฐและ Big Data

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ชูแนวคิด “สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน” โดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อธิบายว่า นโยบายนี้ไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้รัฐ ผ่านแรงจูงใจให้ประชาชนขอใบเสร็จและเข้าสู่ระบบภาษี โมเดลนี้อ้างอิงกรณีศึกษาต่างประเทศ เช่น ไต้หวันและบราซิล ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ

พรรคเพื่อไทยประเมินว่า หากดึงรายได้ภาษีเข้าสู่ระบบได้เพิ่มเพียงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ จะสร้างรายได้รัฐระดับแสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ใช้งบจัดรางวัลราว 3,000 กว่าล้านบาท นอกจากรายได้ภาษี สิ่งสำคัญคือการได้ “ข้อมูลเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์” เพื่อใช้ AI วางนโยบายสวัสดิการอย่างแม่นยำ ลดความเหลื่อมล้ำ และดึงเศรษฐกิจนอกระบบมูลค่าหลายล้านล้านบาทขึ้นสู่ระบบ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุเพิ่มเติมว่า นโยบายนี้ควรถูกมองเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ มากกว่าประชานิยมแจกเงิน พร้อมยืนยันว่าระบบสุ่มรางวัลสามารถออกแบบให้ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันข้อครหาด้านความโปร่งใส

พรรคประชาธิปัตย์ เสนอทางเลือกใช้งบพัฒนาคน

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า พรรคไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดการใช้ข้อมูล แต่ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบกว่า 3,000 ล้านบาทกับการสร้างเศรษฐีจำนวนน้อย โดยเสนอว่างบดังกล่าวอาจนำไปพัฒนาทักษะแรงงานหรือยกระดับศักยภาพประชาชนในวงกว้างได้มากกว่า

นายอภิสิทธิ์ยังย้ำให้การหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงการใส่ร้าย พร้อมเชื่อว่าการตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกแนวทางใดให้เหมาะกับอนาคตประเทศ

นโยบายแรงงานและประกันสังคมบนฐานข้อมูล

ขณะเดียวกัน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดแนวคิดปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม หลังดำเนินงานมากว่า 3 ทศวรรษ โดยชี้ถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างบริหารให้เป็นมืออาชีพ คล่องตัว และใช้ Big Data เป็นฐานตัดสินใจ เพื่อดูแลผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคนอย่างยั่งยืน

ขณะที่การหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ แข่งขันกันนำเสนอนโยบายเชิงโครงสร้าง พรรคภูมิใจไทยเลือกชู “ความมั่นคงของชาติ” เป็นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยวันที่ 22 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยในหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ประกาศความสำเร็จด้านการปกป้องอธิปไตยและการจัดการชายแดน ร่วมกับกองทัพไทยอย่างใกล้ชิด จนสามารถทวงคืนผืนแผ่นดินและควบคุมการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายได้ พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงคือเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า และประชาชนสามารถทำมาหากินได้อย่างมั่นใจ

นายอนุทินระบุว่า การปิดด่านและสกัดข้าวเถื่อน–มันเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยพยุงราคาพืชผลหลักให้ขยับสูงขึ้นอย่างเป็นธรรมต่อเกษตรกร ควบคู่การขอบคุณทหารแนวหน้าที่เสียสละปกป้องประเทศ พร้อมยืนยันว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาบริหารประเทศ จะเดินหน้านโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ควบคู่ยุทธศาสตร์ความมั่นคง 3 มิติ คือ ความมั่นคงทางการทหาร เศรษฐกิจ และอาหาร เพื่อสร้างศักดิ์ศรีในการยืนบนเวทีโลก และทำให้ประเทศไทยมีทั้งความปลอดภัย รายได้ และความมั่นคงทางปากท้องในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

sticky-bar-top