
สรุปข่าว
วันนี้ (22 ธ.ค.64) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,626.79 จุด เพิ่มขึ้น 4.54 จุด (+0.28%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 60,938.22 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,632.33 จุด และปรับตัวลงต่ำสุด 1,624.77 จุด
โดยบรรยากาศหุ้นไทยวันนี้ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวก หลังนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ล็อกดาวน์ประเทศ เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ด้านราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นทำให้หุ้นพลังงานปรับตัวตาม และยังมีปัจจัยในประเทศจากมาตรการช้อปดีมีคืนที่คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจกว่า 4 หมื่นล้านบาท
บล. ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนยังคงผ่อนคลาย และมีเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แม้การแพร่ระบาดของโอไมครอนจะอยู่ในช่วงเร่งตัวทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ และกลายเป็นสายพันธุ์หลัก แต่ตลาดเชื่อว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่สูงและไม่กินเวลานานหากความรุนแรงของโรคต่ำอย่างในปัจจุบัน ส่วนสถานการณ์ในไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดเร่งตัวในช่วงคาบเกี่ยวเทศกาลปีใหม่ แต่ยังมีแรงประคองจากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในปีหน้าทั้งช้อปดีมีคืนและคนละครึ่งเฟส 3 ระยะสั้น
ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า SET Index ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยมีแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว และกลุ่มธนาคารตามมุมมองด้านการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รวมไปถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการช้อปดีมีคืน อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบางเพียง 6 หมื่นล้านบาท เพราะขาดปัจจัยบวกลบใหม่ๆ ที่จะผลักดันให้ตลาดเลือกทิศทางที่ชัดเจน
ส่วนแนวโน้มวันที่ 23 ธ.ค. คาดว่า SET Index จะแกว่งทรงตัวในกรอบ 1,620-1,630 จุด แนะนำเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัวในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ หรือกลุ่มส่งออกที่ได้ผลดีจากการอ่อนค่าของเงินบาท เช่น CCET
ขณะที่ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์สอดคล้องตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย ปัจจัยบวกมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เริ่มจากปลายปีนี้ต่อเนื่องปี 65 อีกทั้งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 64 เป็น 0.9% จากการประเมินครั้งก่อนอยู่ที่ 0.7% ขณะที่ในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัว 3.4% และปี 66 ที่ 4.7% แต่ยังกดดันจากการยกเลิกมาตรการ Test&Go ชั่วคราวในช่วงวันที่ 21 ธ.ค.64-4 ม.ค.65 ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
คาดว่าแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (23 ธ.ค.) ตลาดน่าจะแกว่งไซด์เวย์เพื่อรอปัจจัยใหม่ๆ พร้อมให้แนวรับที่ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,640 จุด
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด3 อันดับ ได้แก่
1.GPSC มูลค่าการซื้อขาย 2,731.28 ล้านบาท ปิดที่ 83.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
2.BRI มูลค่าการซื้อขาย 2,457.76 ล้านบาท ปิดที่ 11.60 บาท ลดลง 0.80 บาท
3.EA มูลค่าการซื้อขาย 1,989.02 ล้านบาท ปิดที่ 92.00 บาท ลดลง 1.00 บาท

ที่มา : marketdata.set.or.th , บล. หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้ ,บล. ฟินันเซีย ไซรัส
ภาพประกอบ : afp , TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- ป่วยโควิด สายพันธุ์ XEC อาการแบบไหน รับมืออย่างไรได้บ้าง
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
