
สรุปข่าว
วันนี้( 5 ม.ค.65) ดัชนี SET ปิดที่ 1,676.79 จุด เพิ่มขึ้น 6.51 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 93,126.43 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 หลังตลาดเปิดทำการหลังวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นหลังรับอานิสงส์ จากราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นหลังโอเปกพลัสมีมติผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรลต่อวัน ส่วนการระบาดของโควิดโอมิครอนในประเทศที่เร่งตัวขึ้นยังไม่ไกระทบต่อความเชื่อมั่น หรือมองว่าจะยังไม่มีการล็อกดาวน์
บล.กสิกรไทย ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค. ยอดการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ อาทิ กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. และดัชนีภาคการผลิตเดือนธ.ค.ของจีน ตลอดจนยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ของญี่ปุ่น
ขณะที่บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงกลั่นที่ได้ผลดีตามการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและค่าการกลั่น รวมถึงการชะลอส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของทางการจีน ซึ่งแนวโน้มพรุ่งนี้มองว่าจะแกว่งทรงตัวในกรอบ 1,665-1,680 จุด โดยคาดว่าอัตราเร่งการปรับขึ้นจะชะลอตัวชั่วคราวเพื่อรอดูมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 โอมิครอนในแต่ละประเทศ แนะนำซื้อขายทำกำไร (เทรดดิ้ง) หุ้นขนาดกลางที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่ากลุ่ม (แลกการ์ด)
ด้านบล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายวันนี้ยังคงแกว่งตัวกรอบแคบในแดนบวก หลังจากที่เมื่อวานนี้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นไปมาก โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นที่ปรับเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นมา หลังผลประชุมโอเปคพลัส หนุนให้ดัชนีสามารถยืนในบวกต่อได้ ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาควันนี้เคลื่อนไหวบวกและลบสลับกัน
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะแกว่งตัวไซด์เวย์หรือมีโอกาสย่อตัวลงมาได้เล็กน้อย จากแรงขายทำกำไรออกมา หลังจากที่ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นไปค่อนข้างมากตั้งแต่เปิดทำการในปีนี้มา อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศ ที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศกลับมาเร่งตัวขึ้น แต่มองว่าหากไม่มีมาตรการล็อคดาวน์ออกมา ปัจจัยโควิด-19 จะไม่เป็นแรงกดดันต่อดัชนีหุ้นไทย มองแนวต้าน 1,680-1,685 จุด แนวรับ 1,650-1,658 จุด
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่
1. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,079.26 ล้านบาท ปิดที่ 146.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
2. EA มูลค่าการซื้อขาย 3,588.38 ล้านบาท ปิดที่ 99.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
3. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,215.05 ล้านบาท ปิดที่ 120.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

ที่มา : marketdata.set.or.th , บล.หยวนต้า ,บล. กสิกร ,บล.อาร์เอชบี
ภาพประกอบ : AFP ,TNNONLINE
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
