
สรุปข่าว
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,556.01 จุด ลบ 18.36 จุดหรือ 1.17 % ระหว่างวันซื้อขายสูงสุด 1,563.88 จุด และต่ำสุดที่ 1,551.79 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,729.12 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยปิดร่วงสอดรับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปิดลบกันถ้วนหน้ารวมถึงตลาดหุ้นยุโรปที่เปิดตลาดมาก็อยู่ในแดนลบ เนื่องจากกังวลโควิดสายพันธุ์เดลต้าที่ระบาดหนักในหลายประเทศรวมถึงไทยทำให้เกิดความกังวลเรื่องการเปิดประเทศและกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงกดหุ้นในกลุ่มพลังงาน เช่น PTT,PTTEP,IVL ส่วนหุ้นที่บวกสวนตลาด เช่นกลุ่มสื่อสารและแพกเกจจิ้ง
ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามคือจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศหากพุ่งไม่หยุดจะกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายและส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า รวมกึงการประกาศตัวเลขส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ขณะที่ต่างประเทศติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป ECB ในวันที่ 22 ก.ค. และการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน มิ.ย. ของสหรัฐ และยุโรปวันที่ 23 ก.ค.
ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นได้รับอานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่าและไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด NER (FV@ 9.50) หุ้นกลุ่มส่งออกยางพาราที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า โดยล่าสุดเงินบาทอยู่ที่ 32.7 บาท/เหรียญ อ่อนค่า 7.8% ขณะที่เศรษฐกิจโลกฤื้นตัวหนุนคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่และเก่าเพิ่มขึ้น หนุนแนวโน้มธุรกิจยางพารา โดยคาดกำไรสุทธิปี 2564-2565 จะเพิ่มขึ้นถึง 87.5% และ 17.4% จากแนวโน้มปริมาณขายยางพาราและทิศทางยางพาราเพิ่มขึ้น
หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ MCS ([email protected] ) เงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อ MCS โดยเบื้องต้นประเมินกำไรสุทธิ 2Q64 จะอยู่ในช่วง 250-300 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% YOY จากงานส่งมอบเป็นงานที่ให้มาร์จิ้นสูง
หุ้นเด่นปิดท้ายคือ BDMS ([email protected]) ผ่านจุดต่ำสุด จากนี้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องBDMS ได้ Sentiment เชิงบวกจากประเด็นนำเข้าวัคซีนทางเลือก "Moderna" ที่จองกันอย่างล้นหลามในหลายโรงพยาบาลแต่เชื่อว่าผลประกอบการนับจาก 2Q64 ต่อเนื่องปี 2565จะฟื้นตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกทม.อีกทั้ง 2H64 จากความคืบหน้าวัคซีน อาจหนุนผู้ป่วยไทยฟื้นตัวดีกว่าคาด
ขณะที่ผู้ป่วย Fly-in คาดหวังทยอยฟื้นตัวบางส่วน คงคาดกำไรปกติปี 2564 โต 43%YoYฝ่ายวิจัยยังชื่นชอบ BDMS มากสุดในกลุ่มฯ จากธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีเครือข่ายครอบคลุม เบื้องต้นหากรวมวัคซีนทางเลือก จะทำให้มูลค่าพื้นฐานใหม่อยู่ที่ 25-26บาท แนะนำทยอยสะสม อย่างไรก็ตามประเมินกรอบการเคลื่อนไหวพรุ่งนี้แนวรับ 1,535 จุด แนวต้าน 1,570 จุด

- พาณิชย์สั่งห้าม ATK ขาด-ห้ามแพง ย้ำผู้ค้าต้องเติมสต๊อกทันที
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
