"เวียดนาม" จ่อแซงไทยขึ้นเบอร์ 3 ตลาดรถยนต์อาเซียน

Share on Line Share on Facebook Share on X

Nikkei Asia รายงานว่า มาเลเซียก้าวขึ้นเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของอาเซียนในปี 2025 เป็นครั้งแรก หลังยอดขายรถยนต์รวมทั้งปีแตะระดับกว่า 820,000 คัน แซงหน้าอินโดนีเซียที่ยอดขายลดลงเหลือประมาณ 800,000 คัน ส่งผลให้อันดับผู้นำตลาดในภูมิภาคเปลี่ยนมือ

ข้อมูลจาก Malaysian Automotive Association (MAA) ระบุว่ายอดขายรถยนต์ในมาเลเซียเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากแรงหนุนของอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ

ในทางกลับกัน อินโดนีเซียซึ่งเคยครองอันดับ 1 ของอาเซียนมายาวนาน กลับมียอดขายลดลงจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ ส่งผลให้ยอดขายทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 803,000 คัน 

ประเทศไทยยังคงอยู่ในอันดับ 3 ด้วยยอดขายมากกว่า 600,000 คัน โดยตลาดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อยหลังจากหดตัวต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและการเข้มงวดสินเชื่อยานยนต์

สรุปข่าว

ตลาดรถยนต์อาเซียนพลิกโฉมครั้งใหญ่ในปี 2568 เมื่อมาเลเซียก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของภูมิภาค แซงหน้าอินโดนีเซีย ขณะที่เวียดนามเร่งเครื่องโตจากแรงหนุนรถยนต์ไฟฟ้า ไล่จี้ไทยแบบหายใจรดต้นคอ สะท้อนการเปลี่ยนขั้วอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาคที่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันทั้งกำลังซื้อ นโยบายรัฐ และเทคโนโลยี EV

Nikkei Asia รายงานว่า มาเลเซียก้าวขึ้นเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของอาเซียนในปี 2025 เป็นครั้งแรก หลังยอดขายรถยนต์รวมทั้งปีแตะระดับกว่า 820,000 คัน แซงหน้าอินโดนีเซียที่ยอดขายลดลงเหลือประมาณ 800,000 คัน ส่งผลให้อันดับผู้นำตลาดในภูมิภาคเปลี่ยนมือ

ข้อมูลจาก Malaysian Automotive Association (MAA) ระบุว่ายอดขายรถยนต์ในมาเลเซียเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากแรงหนุนของอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ

ในทางกลับกัน อินโดนีเซียซึ่งเคยครองอันดับ 1 ของอาเซียนมายาวนาน กลับมียอดขายลดลงจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ ส่งผลให้ยอดขายทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 803,000 คัน 

ประเทศไทยยังคงอยู่ในอันดับ 3 ด้วยยอดขายมากกว่า 600,000 คัน โดยตลาดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อยหลังจากหดตัวต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและการเข้มงวดสินเชื่อยานยนต์

ขณะที่เวียดนามซึ่งอยู่ในอันดับ 4 มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเข้าใกล้ยอดขายของไทยมากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และการขยายตัวของชนชั้นกลาง โดยเฉพาะการผลักดันของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่าง VinFast และนโยบายสนับสนุน EV ของภาครัฐ

ยอดขายรถยนต์ในเวียดนามเพิ่มขึ้นจนเกือบแตะระดับ 600,000 คัน ทำให้ช่องว่างกับตลาดไทยแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ และถูกมองว่าอาจแซงขึ้นเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนได้ในอนาคตอันใกล้

ในภาพรวม ตลาดรถยนต์อาเซียนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนใหม่จากรถยนต์ไฟฟ้า นโยบายรัฐ และกำลังซื้อภายในประเทศของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ส่งผลให้โครงสร้างอันดับตลาดในภูมิภาคเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน