"รถไฮบริด" มาแรง "โตโยต้า" ทำยอดขายพุ่ง สวนทางค่ายรถญี่ปุ่น ต้านศึกภาษีทรัมป์

Share on Line Share on Facebook Share on X

พระเอกขี่ม้าขาวที่มาช่วยโตโยต้าในปีนี้ ก็คือ รถไฮบริดค่ะ ล่าสุดบริษัทโตโยต้า   (Toyota Motor Corp.) เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ทั่วโลกของโตโยต้าในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ไปแตะระดับที่ 926,987 คัน ทำสถิติการผลิตในเดือนเดียวที่สูงที่สุดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี  แรงหนุนมาจากความแข็งแกร่งของยอดขายรถยนต์ไฮบริดในตลาดอเมริกาเหนือ

สรุปข่าว

รถไฮบริดมาแรงทั่วโลก ขายดี จนช่วยดันให้โตโยต้า มีทั้งยอดขายยอดการผลิตพุ่งขึ้นมาได้ในปีนี้ สวนทางกับค่ายรถญี่ปุ่นเจ้าอื่นๆ ที่ต่างก็เจ็บตัว รายได้หดหายจากขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐฯ หรือภาษีทรัมป์

พระเอกขี่ม้าขาวที่มาช่วยโตโยต้าในปีนี้ ก็คือ รถไฮบริดค่ะ ล่าสุดบริษัทโตโยต้า   (Toyota Motor Corp.) เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ทั่วโลกของโตโยต้าในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ไปแตะระดับที่ 926,987 คัน ทำสถิติการผลิตในเดือนเดียวที่สูงที่สุดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี  แรงหนุนมาจากความแข็งแกร่งของยอดขายรถยนต์ไฮบริดในตลาดอเมริกาเหนือ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แม้ว่าโตโยต้าซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในแง่ของปริมาณ จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น แต่ปรากฎว่ายอดขายทั่วโลกของบริษัทเพิ่มขึ้น 2.1% แตะระดับ 922,087 คันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนิวไฮ หรือระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมของทุก ๆ ปี และทำสถิติสูงกว่าระดับของปีก่อนหน้าเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน

ด้านการผลิตในต่างประเทศของโตโยต้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2% แตะระดับ 600,155 คัน ซึ่งสูงกว่าระดับของปีก่อนหน้าเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน 

โดยเฉพาะการผลิตในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 26.4% แตะระดับ 137,262 คัน โดยการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์หลักที่ใหญ่ที่สุดของโตโยต้านั้น เป็นแรงขับสำคัญของตัวเลขรอบนี้ สามารถปรับตัวบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ด้วยตัวเลขที่โตถึงสองหลัก ซึ่งมีการฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่เคยถูกกระทบจากการระงับการผลิต สาเหตุเพราะว่ามีปัญหาการเรียกคืนรถยนต์บางรุ่นเมื่อปีที่แล้ว ขณะเดียวกันก็ได้แรงหนุนจากความต้องกาหรือดีมานด์รรถยนต์ไฮบริดที่แข็งแกร่งในเวลานี้ 

แต่ว่าสำหรับจีนถือว่าอยู่ในทิศทางตรงกันข้าม ตลาดไม่ค่อยสดใสมากนัก มีรายงานว่าการผลิตในจีนลดลง 6.4% มาอยู่ที่ระดับ 132,834 คัน แม้กระทั่งยอดขายในจีนก็ลดลง 6.6% มาอยู่ที่ระดับ 160,886 คัน 

สาเหตุสำคัญมาจากมาตรการอุดหนุนของรัฐบาลจีนได้สิ้นสุดลงไปแล้ว และเป็นแรงกระแทกตลาดครั้งใหญ่ เพราะจีนถือเป็นตลาดหลักในเอเชียของโตโยต้า

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : CANVA

sticky-bar-top