ชาวเกาหลีใต้กว่า 3 ล้านคน ลงนามปฏิเสธการยื้อชีวิต กรณีป่วยร้ายแรง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชาวเกาหลีใต้กว่า 3 ล้านคน ลงนามปฏิเสธการยื้อชีวิต กรณีป่วยร้ายแรง

ชาวเกาหลีใต้กว่า 3 ล้านคนได้ลงนามในเอกสารแสดงความประสงค์ปฏิเสธการรักษาที่ยืดชีวิตออกไป ในกรณีที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งในทางจริยธรรมเรียกการตัดสินใจเช่นนี้ว่า “การตายอย่างมีศักดิ์ศรี”

สำนักงานบริหารการรักษายื้อชีวิตแห่งชาติ (National Agency for Management of Life-sustaining Treatment) เปิดเผยว่า จำนวนผู้ลงนามดังกล่าวได้ทะลุ 3 ล้านคนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คิดเป็น 6.8% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในประเทศ

สรุปข่าว

ชาวเกาหลีใต้กว่า 3 ล้านคน ลงนามปฏิเสธการรักษายื้อชีวิต หากป่วยเป็นโรคร้ายแรง ไม่สามารถรักษาได้ ซึ่งในทางจริยธรรมเรียกการตัดสินใจเช่นนี้ว่า “การตายอย่างมีศักดิ์ศรี”

ชาวเกาหลีใต้กว่า 3 ล้านคนได้ลงนามในเอกสารแสดงความประสงค์ปฏิเสธการรักษาที่ยืดชีวิตออกไป ในกรณีที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งในทางจริยธรรมเรียกการตัดสินใจเช่นนี้ว่า “การตายอย่างมีศักดิ์ศรี”

สำนักงานบริหารการรักษายื้อชีวิตแห่งชาติ (National Agency for Management of Life-sustaining Treatment) เปิดเผยว่า จำนวนผู้ลงนามดังกล่าวได้ทะลุ 3 ล้านคนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คิดเป็น 6.8% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในประเทศ

ระบบที่อนุญาตให้ยุติการรักษาผู้ป่วยโรคร้ายแรงอย่างถูกกฎหมายนี้ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2018 ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการดูแลแบบประคับประคอง (Hospice) และการตัดสินใจยุติการรักษายื้อชีวิตของผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยในปีแรกมีผู้ลงนามเพียง 86,691 คน แต่จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 1.16 ล้านคนในปี 2021 เกือบแตะ 2.15 ล้านในปี 2023 และเพิ่มขึ้นอีกเกือบหนึ่งล้านในช่วงสองปีถัดมา

ข้อมูลยังระบุว่า สัดส่วนผู้หญิงคิดเป็นสองในสามของผู้ลงนาม และ 21% ของประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปได้แสดงเจตนาปฏิเสธการรักษายื้อชีวิตแล้ว ขณะที่นับตั้งแต่ระบบนี้เริ่มใช้ มีผู้ป่วยจำนวน 443,874 รายที่ได้รับการยุติการรักษา

ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน การยุติการรักษามีเงื่อนไขที่เข้มงวด โดยมาตรา 2 ระบุว่า สามารถทำได้เฉพาะในกรณีผู้ป่วยที่อยู่ใน “กระบวนการสิ้นสุดชีวิต” ซึ่งหมายถึงภาวะที่ความตายกำลังใกล้เข้ามา ไม่มีโอกาสฟื้นฟูร่างกายหรือฟื้นคืนสภาพเดิมได้

กฎหมายยังนิยาม “ผู้ป่วยระยะสุดท้าย” ว่า คือผู้ที่แพทย์ผู้ดูแลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกันวินิจฉัยว่ามีโอกาสเสียชีวิตภายในไม่กี่เดือน

ประเด็นนี้เคยเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในปี 2023 จากกรณีผู้ป่วยชายวัย 60 ปีที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและหมดสติอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายสัปดาห์ แม้เจ้าตัวจะเคยลงนามปฏิเสธการรักษายื้อชีวิตและภรรยาขอให้แพทย์ยุติการรักษาหลังผ่านไป 3 สัปดาห์ แต่ทีมแพทย์ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย จนเขาหมดสติอยู่อีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนจากไป

ปัจจุบัน สมาชิกสภานิติบัญญัติกำลังพิจารณาขยายขอบเขตของกฎหมาย เช่น ร่างแก้ไขของ สส.นัม อิน-ซุน และสมาชิกพรรคเดโมแครตอีก 15 คน ที่เสนอให้ครอบคลุมผู้ป่วยใน “ระยะสุดท้ายของโรค” ซึ่งรวมถึงช่วงก่อนเข้าสู่ระยะใกล้เสียชีวิตด้วย

นัมกล่าวว่า “การขยายการยุติการรักษาไปถึงช่วงระยะสุดท้าย จะทำให้ผู้ป่วยมีเวลามากขึ้นในการไตร่ตรองและตัดสินใจ อันจะเป็นการเสริมสิทธิในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง และคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ร่างกฎหมายนี้กำลังรอการพิจารณาในสภา

จอง อึน-คยอง รัฐมนตรีสาธารณสุขและสวัสดิการคนใหม่ ก็แสดงท่าทีเห็นด้วยกับความจำเป็นในการขยายเกณฑ์ของระบบปัจจุบัน

รายงานของสถานีโทรทัศน์ KBS เมื่อเดือนพฤษภาคมยังเผยผลสำรวจหัวหน้าสมาคมแพทย์ 27 แห่งทั่วประเทศ พบว่า 82% เห็นว่าควรขยายขอบเขตกฎหมายให้ครอบคลุมผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของโรคมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : Korea Herald

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top