เมื่อพลังงานหมุนเวียน แซงหน้าพลังงานถ่านหิน นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
เมื่อพลังงานหมุนเวียน แซงหน้าพลังงานถ่านหิน นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก

รายงานจาก Ember สถาบันวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกของ 2025 แหล่งพลังงานหมุนเวียนสามารถผลิตไฟฟ้าทั่วโลกได้มากกว่าพลังงานถ่านหินเป็นครั้งแรกของโลก โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโดด้านพลังงานสะอาดของจีนและอินเดีย 

ตามรายงานระบุว่า แหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5,072 เทราวัตต์ชั่วโมง ขณะที่พลังงานจากถ่านหินสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 4,896 เทราวัตต์ชั่วโมง แม้ว่าจะเป็นช่วงครึ่งแรกของปี แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของพลังงานสะอาดและอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแหล่งพลังงานหลักในทั่วโลก

สรุปข่าว

นับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่าพลังงานถ่านหิน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 โดยการเติบโตของพลังงานสะอาดนี้มาจากจีนและอินเดียเป็นหลัก แม้ว่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปยังคงเลือกพึ่งพาพลังงานถ่านหินอยู่ แต่ยังคงเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน

รายงานจาก Ember สถาบันวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกของ 2025 แหล่งพลังงานหมุนเวียนสามารถผลิตไฟฟ้าทั่วโลกได้มากกว่าพลังงานถ่านหินเป็นครั้งแรกของโลก โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโดด้านพลังงานสะอาดของจีนและอินเดีย 

ตามรายงานระบุว่า แหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5,072 เทราวัตต์ชั่วโมง ขณะที่พลังงานจากถ่านหินสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 4,896 เทราวัตต์ชั่วโมง แม้ว่าจะเป็นช่วงครึ่งแรกของปี แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของพลังงานสะอาดและอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแหล่งพลังงานหลักในทั่วโลก

ในช่วงระยะที่ผ่านมา จีนลดกำลังการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลลงถึง 2% ขณะเดียวกันได้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น 43% และพลังงานลมเพิ่มขึ้น 16% ส่วนอินเดียลเพิ่มการผลิตพลังงานสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้น 31% และพลังงานลม 29% การเติบโตของพลังงานสะอาดใน 2 ประเทศขนาดใหญ่นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของงการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะที่ทั่วโลกเริ่มพึ่งพาพลังงานสะอาดและมีสัดส่วนการเติบโตมากขึ้น แต่สำหรับสหรัฐอเมริกาและยุโรป กลับเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมากขึ้น โดยสหรัฐอเมริกาใช้พลังงานจากถ่านหินเพิ่มมากขึ้น 17% ส่วนยุโรปใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น 14% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหิน เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ

การเติบโตของพลังงานสะอาดที่เพิ่มมากขึ้นจนสามารถแซงหน้าพลังงานฟอสซิลได้เป็นครั้งแรก ถือเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังมุ่งสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืนมากขึ้น เพื่อต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในระดับโลก

ที่มาข้อมูล : The New York Times

ที่มารูปภาพ : Envato

sticky-bar-top