
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นเร่งด่วนที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานชั้นนำอย่าง NASA มักถูกมองว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันความรุนแรงของปัญหา อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดของ NASA เกี่ยวกับอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกลับจุดกระแสความกังวล เมื่อเนื้อหาไม่มีการกล่าวถึงคำว่า “climate change”, “global warming”, การปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือเชื้อเพลิงฟอสซิลเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางข้อสงสัยว่า นี่เป็นเพียงการเลือกถ้อยคำ หรือสะท้อนท่าทีทางการเมืองของรัฐบาลสหรัฐในยุคโดนัลด์ ทรัมป์
NASA ได้เผยแพร่รายงานประจำปีเกี่ยวกับอุณหภูมิผิวโลก โดยระบุว่า ปี 2025 มีอุณหภูมิโลกสูงกว่าปี 2023 เล็กน้อย แต่ยังอยู่ในช่วงค่าคลาดเคลื่อน ทำให้ทั้งสองปีแทบจะถือว่า “ร้อนพอ ๆ กัน” และเมื่อเทียบกับสถิติย้อนหลังตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1880 ปีที่ร้อนที่สุดยังคงเป็นปี 2024 ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์อิสระจากสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ก็ยืนยันว่า ปี 2025 เป็นปีที่ร้อนเป็นอันดับสามนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล
สรุปข่าว
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นเร่งด่วนที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานชั้นนำอย่าง NASA มักถูกมองว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันความรุนแรงของปัญหา อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดของ NASA เกี่ยวกับอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกลับจุดกระแสความกังวล เมื่อเนื้อหาไม่มีการกล่าวถึงคำว่า “climate change”, “global warming”, การปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือเชื้อเพลิงฟอสซิลเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางข้อสงสัยว่า นี่เป็นเพียงการเลือกถ้อยคำ หรือสะท้อนท่าทีทางการเมืองของรัฐบาลสหรัฐในยุคโดนัลด์ ทรัมป์
NASA ได้เผยแพร่รายงานประจำปีเกี่ยวกับอุณหภูมิผิวโลก โดยระบุว่า ปี 2025 มีอุณหภูมิโลกสูงกว่าปี 2023 เล็กน้อย แต่ยังอยู่ในช่วงค่าคลาดเคลื่อน ทำให้ทั้งสองปีแทบจะถือว่า “ร้อนพอ ๆ กัน” และเมื่อเทียบกับสถิติย้อนหลังตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1880 ปีที่ร้อนที่สุดยังคงเป็นปี 2024 ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์อิสระจากสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ก็ยืนยันว่า ปี 2025 เป็นปีที่ร้อนเป็นอันดับสามนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้รายงานฉบับนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก คือการที่ NASA ไม่ได้กล่าวถึงสาเหตุของแนวโน้มอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเลย แตกต่างจากรายงานของหน่วยงานอื่น เช่น Copernicus Climate Services ของยุโรป ที่ชี้ชัดว่า ความร้อนที่ผิดปกติในปี 2023 และ 2025 มีสาเหตุหลักมาจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ อันเป็นผลจากการปล่อยก๊าซที่เพิ่มขึ้น และความสามารถของธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ ในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง
ไมค์ สก็อตต์ จาก Carbon Copy Communications ให้ความเห็นกับ Euronews Green ว่าการไม่เอ่ยถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ NASA สอดคล้องกับ “การกระทำต่อต้านประเด็นสภาพภูมิอากาศ” หลายอย่างที่รัฐบาลทรัมป์ดำเนินการในช่วงปีที่ผ่านมา ตัวอย่างชัดเจนคือ สำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) ที่ลบการกล่าวถึงเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของภาวะโลกร้อน ออกจากหน้าเว็บไซต์ยอดนิยมที่อธิบายสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สก็อตต์เตือนว่า การปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงการยอมรับความจริงเรื่องสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และสวนทางกับประเทศส่วนใหญ่ของโลก รวมถึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่หลายแห่ง เขาชี้ว่า หากสหรัฐไม่ยอมรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศก็จะยิ่งขาดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติและความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต
นอกจากนี้ เขายังมองว่าท่าทีดังกล่าวอาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการวางนโยบาย การปรับตัวของเศรษฐกิจ และการคุ้มครองประชาชน “จุดยืนของสหรัฐไม่เพียงแต่เป็นผลเสียต่อวิทยาศาสตร์ แต่ยังส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ พลเมืองอเมริกัน และต่อสภาพภูมิอากาศของโลก” สก็อตต์กล่าว พร้อมย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะไม่หยุดลง เพียงเพราะรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งไม่เชื่อในมัน
รายงานอุณหภูมิโลกของ NASA ที่หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สะท้อนให้เห็นความตึงเครียดระหว่างวิทยาศาสตร์กับการเมืองในสหรัฐอย่างชัดเจน แม้ข้อมูลจะยืนยันว่าโลกกำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การไม่ยอมเรียกชื่อปัญหาอาจทำให้การรับมือกับวิกฤตยากยิ่งกว่าเดิม บทความนี้จึงตั้งคำถามสำคัญว่า ในโลกที่เผชิญภัยพิบัติถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น การเพิกเฉยต่อสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา จะทำให้สังคมพร้อมรับมือกับอนาคตได้อย่างไร
- เตือน! โลกร้อนทำเครื่องบินตกหลุมอากาศถี่ขึ้น
- มหาสมุทรกักความร้อน 90% โลกร้อนแบบฉุดไม่อยู่ ทศวรรษนี้ร้อนสุดในประวัติศาสตร์
- โลกร้อนจัด 3 ปีซ้อน เตรียมรับแรงกระแทก จาก “สภาพอากาศสุดขั้ว”
- ปี 2025 มลพิษคาร์บอนสหรัฐฯพุ่ง สัญญาณถอยหลังที่จะแก้โลกร้อน
- โลกร้อนพุ่งไม่หยุด! “ม่านมลพิษ” หาย โลกอาจเดือดแตะ 2°C ก่อน 2050
ที่มาข้อมูล : euronews.com
ที่มารูปภาพ : Reuters

