
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การวิเคราะห์ข้อมูลแบบบูรณาการ 8 ชุด พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกในปี 2568 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2393-2443 อยู่ที่ 1.44 องศาเซลเซียส โดยข้อมูล 2 ชุดจัดให้ปี 2568 เป็นปีที่ร้อนที่สุดอันดับ 2 ในรอบ 176 ปี ขณะที่ข้อมูลอีก 6 ชุดจัดให้อยู่ในอันดับที่ 3
ทั้งนี้ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ได้แก่ ปี 2566, 2567 และ 2568 ถือเป็น 3 ปีที่ร้อนที่สุดจากการจัดเก็บข้อมูลทั้ง 8 ชุด โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงปี 2566-2568 สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.48 องศาเซลเซียส
สรุปข่าว
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การวิเคราะห์ข้อมูลแบบบูรณาการ 8 ชุด พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกในปี 2568 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2393-2443 อยู่ที่ 1.44 องศาเซลเซียส โดยข้อมูล 2 ชุดจัดให้ปี 2568 เป็นปีที่ร้อนที่สุดอันดับ 2 ในรอบ 176 ปี ขณะที่ข้อมูลอีก 6 ชุดจัดให้อยู่ในอันดับที่ 3
ทั้งนี้ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ได้แก่ ปี 2566, 2567 และ 2568 ถือเป็น 3 ปีที่ร้อนที่สุดจากการจัดเก็บข้อมูลทั้ง 8 ชุด โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงปี 2566-2568 สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.48 องศาเซลเซียส
เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การฯ กล่าวว่าปี 2568 เริ่มต้นและสิ้นสุดลงด้วยสภาวะปรากฏการณ์ลานีญาที่ช่วยลดอุณหภูมิ แต่ยังคงติดอันดับอยู่ในช่วงปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บความร้อนในชั้นบรรยากาศ
นอกจากนี้ เซาโลเสริมว่าอุณหภูมิพื้นดินและมหาสมุทรที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว อาทิ คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และพายุไซโคลนเขตร้อนที่รุนแรง ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า
องค์การฯ ระบุว่าผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารความก้าวหน้าด้านบรรยากาศศาสตร์ (Advances in Atmospheric Sciences) พบว่าอุณหภูมิของมหาสมุทรในปี 2568 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงการสะสมความร้อนในระยะยาวของระบบภูมิอากาศ โดยความร้อนส่วนเกินจากภาวะโลกร้อนราว 90% ถูกกักเก็บไว้ในมหาสมุทร ส่งผลให้ความร้อนจากมหาสมุทรเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ข้อมูลวิทยาศาสตร์ถูกปิดบัง? NASA ชี้โลกอุ่นขึ้น แต่ไม่เอ่ยสาเหตุโลกร้อน
- เตือน! โลกร้อนทำเครื่องบินตกหลุมอากาศถี่ขึ้น
- โลกร้อนจัด 3 ปีซ้อน เตรียมรับแรงกระแทก จาก “สภาพอากาศสุดขั้ว”
- ปี 2025 มลพิษคาร์บอนสหรัฐฯพุ่ง สัญญาณถอยหลังที่จะแก้โลกร้อน
- โลกร้อนพุ่งไม่หยุด! “ม่านมลพิษ” หาย โลกอาจเดือดแตะ 2°C ก่อน 2050

