ส.อ.ท. เผยยอดผลิต ส่งออก และขายในประเทศ ก.ย. 67 หดตัว ยอดขายต่ำสุดในรอบ 4 ปี

ส.อ.ท. เผยยอดผลิต ส่งออก และขายในประเทศ ก.ย. 67 หดตัว ยอดขายต่ำสุดในรอบ 4 ปี

สรุปข่าว

คุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บอกว่า ในเดือนกันยายน 67 ยอดผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ ยังคงลดลงต่อเนื่อง ดังนั้น ในช่วงปลายเดือนนี้จะมีการหารือกันว่า ช่วงที่เหลืออีก 3 เดือนจะกลับมาได้หรือไม่ เพราะผ่านมา 9 เดือนแล้ว ยังได้ยอดไม่ถึงร้อยละ 75 ดังนั้น ถ้ามีความเสี่ยงว่าจะไม่ถึงก็ต้องปรับเป้าลง จากที่เคยกำหนดไว้ปีนี้จะมียอดผลิตรถยนต์จำนวน 1.7 ล้านคัน โดยเบื้องต้นอาจจะปรับลดลงหลายหมื่นคัน หรือเกือบถึงแสนคัน


ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของเดือนกันยายน ในส่วนของยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป อยู่ที่ 80,254 คัน ลดลงร้อยละ 17.67 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีมูลค่าการส่งออก 74,836.78 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.88 ส่งผลให้ยอดส่งออกในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.67) อยู่ที่ 768,887 คัน ลดลงร้อยละ 6.45 ด้วยมูลค่ารวม 724,945 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.15


โดยยอดส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าชะลอตัวลงเกือบทุกประเทศ เนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลใผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่ายจากความกังวลต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างออกไปจากเดิม


มาดูในส่วนยอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือนกันยายนทำได้ 39,048 คัน ต่ำสุดในรอบ 53 เดือน และลดลงร้อยละ 37.11 เป็นผลจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ซื้อรถยนต์ หลังสัดส่วนหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาสสอง โตต่ำแค่ร้อยละ 2.3 และคาดว่าในปี 67 จะเติบโตแค่ร้อยละ 2.7-2.8 เท่านั้น อีกทั้งดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.67 ที่หดตัวร้อยละ 1.91 แสดงถึงรายได้คนทำงานยังคงอ่อนแอ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 438,659 คัน ลดลงร้อยละ 25.25


ขณะที่จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกันยายน มีทั้งสิ้น 122,277 คัน ลดลงร้อยละ 25.48 โดยเป็นการลดลงทั้งจากการผลิตเพื่อส่งออก และการผลิตเพื่อขายในประเทศ ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 1,128,026 คัน ลดลงร้อยละ 18.61


แต่สำหรับรถ EV นั้น คุณสุรพงษ์บอกว่า ความต้องการของผู้บริโภคยังมีอยู่ แต่แนวโน้มที่ลดลงเนื่องจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงขาดความเชื่อมั่นที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะมีความลังเลว่าจะมีการปรับลดราคาหรือไม่ โดยยอดขายในขณะนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นรถ EV ที่นำเข้า เนื่องจากโรงงานที่เข้ามาลงทุนในไทยอยู่ในช่วงเริ่มการผลิตเป็นส่วนใหญ่ 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ