กรุงศรีเปิดหุ้น 3 กลุ่มเด่นน่าลงทุน รับตลาดฟื้นตัว

Share on Line Share on Facebook Share on X
กรุงศรีเปิดหุ้น 3 กลุ่มเด่นน่าลงทุน รับตลาดฟื้นตัว

คุณกรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรีฯ คาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index วันนี้

โดยให้ แนวรับที่ 1288/1283 จุด และ แนวต้านที่ 1300/1308 จุด

"ปัจจัยลบเฉพาะตัวอย่าง Overhang จาก FTSE ได้ผ่านพ้นไปแล้ว น่าจะหนุนให้ตลาดฟื้นตัวขึ้นได้ ขณะที่ภาพใหญ่ยังได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงของ FED ซึ่งสร้างโอกาสเชิงบวกต่อ Risk Asset" คุณกรภัทรกล่าว

บล.กรุงศรีฯ ได้คัดเลือก 3 ธีมการลงทุนที่โดดเด่นและน่าสนใจในจังหวะนี้ ได้แก่:

  1. กลุ่มหุ้นที่ราคาถูกกดดันจากการปรับพอร์ตของ FTSE ในสัปดาห์ก่อน มีโอกาสฟื้นตัวกลับได้ดีหลังแรงขายสิ้นสุดลง หุ้นเด่นในกลุ่มนี้คือ BGRIM, SAWAD, CPAXT
  2. กลุ่มโรงไฟฟ้า ได้รับอานิสงส์สองต่อจากแนวโน้มเงินบาทที่เริ่มแข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนทางการเงิน หุ้นเด่นคือ BGRIM, GULF
  3. ธีมอิงเศรษฐกิจจีน เก็งกำไรต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่จะเกิดขึ้นในช่วง Golden Week เดือนตุลาคม รวมถึงการประชุมสำคัญอย่าง Politburo และ 4th Plenum ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเห็นแผนลดกำลังการผลิต (Supply) และกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติม หุ้นที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (PTT, TOP, PTTGC, IVL)

สรุปข่าว

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ (22 ก.ย.) มีแนวโน้ม "Rebound" หรือฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน หลังแรงกดดันจากการปรับลดน้ำหนักของดัชนี FTSE ได้สิ้นสุดลง ประกอบกับกระแสหลักของทิศทางดอกเบี้ยขาลงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังคงเป็นปัจจัยบวกหนุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

คุณกรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรีฯ คาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index วันนี้

โดยให้ แนวรับที่ 1288/1283 จุด และ แนวต้านที่ 1300/1308 จุด

"ปัจจัยลบเฉพาะตัวอย่าง Overhang จาก FTSE ได้ผ่านพ้นไปแล้ว น่าจะหนุนให้ตลาดฟื้นตัวขึ้นได้ ขณะที่ภาพใหญ่ยังได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงของ FED ซึ่งสร้างโอกาสเชิงบวกต่อ Risk Asset" คุณกรภัทรกล่าว

บล.กรุงศรีฯ ได้คัดเลือก 3 ธีมการลงทุนที่โดดเด่นและน่าสนใจในจังหวะนี้ ได้แก่:

  1. กลุ่มหุ้นที่ราคาถูกกดดันจากการปรับพอร์ตของ FTSE ในสัปดาห์ก่อน มีโอกาสฟื้นตัวกลับได้ดีหลังแรงขายสิ้นสุดลง หุ้นเด่นในกลุ่มนี้คือ BGRIM, SAWAD, CPAXT
  2. กลุ่มโรงไฟฟ้า ได้รับอานิสงส์สองต่อจากแนวโน้มเงินบาทที่เริ่มแข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนทางการเงิน หุ้นเด่นคือ BGRIM, GULF
  3. ธีมอิงเศรษฐกิจจีน เก็งกำไรต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่จะเกิดขึ้นในช่วง Golden Week เดือนตุลาคม รวมถึงการประชุมสำคัญอย่าง Politburo และ 4th Plenum ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเห็นแผนลดกำลังการผลิต (Supply) และกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติม หุ้นที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (PTT, TOP, PTTGC, IVL)

ปัจจัยหนุนรอบด้าน และสัญญาณที่ต้องจับตา

ภาพรวมการลงทุนยังได้รับปัจจัยหนุนจากเสถียรภาพของนโยบายสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของทรัมป์ที่ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ความไม่แน่นอนลดลง และค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นเอเชีย

สำหรับปัจจัยในประเทศ หลังวันที่ 24 ก.ย. นี้ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบาย ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสเชิงบวกให้กับหุ้นกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play)

อย่างไรก็ตาม คุณกรภัทรได้ให้ข้อสังเกตว่า "โครงสร้างตลาดจะแข็งแกร่งได้ ต้องเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาในกลุ่มค้าปลีกและโรงพยาบาล" ซึ่งจะเป็นสัญญาณยืนยันการฟื้นตัวที่ชัดเจน

บล.กรุงศรีฯ คัดเลือกหุ้นเด่น (Best Picks) ที่น่าสนใจ ได้แก่ BGRIM, IVL, PTTGC, SAWAD

sticky-bar-top